Wednesday, October 26, 2022

การเรียนรู้ครั้งที่ 14


           สัปดาห์นี้ อาจารย์ให้แสดงบทบาทสมมุติการอบรมเลี้ยงดูเด็ก ในหัวข้อของการสะท้อนความคิด จะเป็นการให้อธิบายเรื่องที่เราเรียนมา สิ่งที่ได้รับ เจตคติ ที่ได้รับจากวิชานี้ และอีกทั้งอาจารย์ก็ยังให้คิดบทแสดงเป็นพ่อแม่เพื่อสอนลูก โดยใช้การสอนที่ไม่เข้มงวด และรับฟังเด็กด้วย การสอนเด็กเล็กนั้น ควรใช้ความใจเย็นและความสนุกแทรกทรอดคำสอนที่แพร่ออกไป ไม่ควรตบตีหรือว่าลูกด้วยความร้ายแรง เพราะจะทำให้เด็กเกินการมีปมในใจ และอาจจะทำให้เด็กมีอาการเก็บกด เราจึงควรเข้าหาเขาด้วยวิธีที่อ่อนน้อม แต่ถ้าเรื่องราวมันมากเกินไป 

การเรียนรู้ครั้งที่ 12

 







   ในการเรียนรู้ครั้งนี้ คุณครูให้ทำ my mapping ในหัวข้อของคุณลักษณะของบุคคลในศตวรรษที่ 21

โดยจะมีทฤษฏีของบุคคลตัวอย่างมากมาย คุณครูก็ให้วิเคราะห์ทฤษฎีของแต่ละคนเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูของเด็ก

การเรียนรู้ครั้งที่ 11

 สรุป

การอบรมเลี้ยงดูเด็กเล็กจากบิดามารดา เป็นปัจจัยหนึ่งสำคัญและมีอิทธิพลต่อการพัฒนาการมนุษย์ให้มีคุณภาพ "เบิร์คลีย์" เป็นผู้ที่สนใจในการศึกษาอบรมรูปแบบการเลี้ยงดู และได้เสนอพฤติกรรมของบิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตร โดยประกอบด้วย 2 อย่างคือ

1) ความเป็นใหญ่ในบ้าน คือ ครอบครัวที่บิดามารดาจะกำหนดกรอบมาตรฐานเอาไว้เพื่อให้เด็กนั้นทำตามตนเอง

2) การตอบสนองความรู้สึกเด็ก คือ ครอบครัวที่มีการยอมรับในความคิดเห็นของเด็ก สนองความต้องการของเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กและตัดสินใจด้วยตนเอง


จากนั้น Baumrind ได้ผสมผสาน 2 มิติตามข้างต้น และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ คือ

1) รูปแบบการเลี้ยงดูแบบควบคุมและตอบสนองความรู้สึกของเด็ก คือการเลี้ยงดูแบบให้อิสระเด็กในด้านต่างๆ พร้อมกับควบคุมและกำหนดขอบเขตของเด็กไปด้วย

2) รูปแบบการเลี้ยงดูแบบควบคุมอย่างเต็มรูปแบบ คือการที่ครอบครัวจะกำหนดกรอบให้เด็กอย่างเด็ดขาดและเข้มงวด ไม่ให้เด็กได้ตัดสินใจหรือให้อิสระเด็กทางด้านความคิดเห็น เด็กต้องทำตามคำสั่งที่ได้มาเท่านั้น

3) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ คือ การอบรมเลี้ยงดูแบบไม่ควบคุมเด็กและตอบสนองเด็กทุกอย่าง หมายถึง ปล่อยให้เด็กได้ทำอะไรตามใจชอบโดยไม่ควบคุม ไม่มีขอบเขต ไม่มีการควบคุมพฤติกรรมเด็ก เด็กสามารถแสดงออกทางความรู้สึกและความคิดเห็นได้อย่างเปิดเผย

        ยูนิเซฟให้คำนิยามเด็กปฐมวัย คือ เด็ก ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 8 ปี แต่ในประเทศไทยนั้นใ้หความหมาย ไว้ว่า หมายถึง เด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ก่อนเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งรวมถึงเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดาเด็ก ต้องการการดูแลและการปฏิบัติอย่างเหมาะสม

         -ในช่วง 270 วันแรก ผู้ปกครองต้องใส่ใจเรื่องอาการการกินของเด็ก การปกป้องอันตรายจากเด็ก แม้จะเป็นแค่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม

          -ช่วงอายุ 6 เดือน เด็กวัยนี้ต้องการการปกป้องจากอันตราย ทางร่างกาย การได้รับอาหารที่มีสารอาหารเพียงพอ โดยเด็กควรได้รับนมแม่อย่างเดียวและไม่มีอาหารชนิด อื่นๆ ก่อนวัย

          -ช่วงวัยทารกและวัยเตาะแตะหรือเด็ก อายุระหว่าง 0-2ปี ในช่วงวัยนี้เด็กต้องการการดูแลด้านสุขภาพโภชนาการการพัฒนาสติปัญญาการกระตุ้นพัฒนาอย่างรอบด้าน

          -ช่วงวัยอนุบาล หรือ เด็กอายุระหว่าง 3-6ปี ในช่วงวัยนี้ เด็กต้องการมีส่วนร่วม การได้รับ ประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อกระตุ้นพัฒนาการ การเรียนรู้และมความพร้อมก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา


  บทบาทของพ่อแม่ ผู้ปกครอง

• พัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พัฒนาการเด็กปฐมวัยและลำดับขั้น พัฒนาการตามวัย

• ศึกษาตัวอย่างเพื่อจัดกิจกรรมในการ สนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยที่บ้าน

• เข้าใจความสำคัญของการพัฒนา เด็กปฐมวัย พัฒนาการด้านต่างๆ และ กิจกรรมเพื่อเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย


    บทบาทของครูเด็กปฐมวัย

• ครูปฐมวัย/ผู้ดูแลเด็กเข้าใจกระบวนการ พัฒนาตามวัยของเด็กอย่างรอบด้าน ให้ความ ใส่ใจและขวนขวายหาความรู้อย่างสมำเสมอ 

• ครูปฐมวัย/ผู้ดูแลเด็กช่วยกันคิดกิจกรรม ใหม่ๆ และหลากหลาย ให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ได้ใช้เวลาร่วมกับเด็กเพื่อเสริมพัฒนาการ ของเด็กที่บ้าน

• จัดกิจกรรมที่สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยใน รูปแบบต่างๆ ทั้งแบบกลุ่มและรายบุคคล


การเรียนรู้ครั้ง 10

 







คุณครูให้ทำสื่อที่เราเลิกมาใน 3 อย่างเมื่อการเรียนรู้ครั้งที่แล้ว กลุ่มเราเลือกมาเป็นโมบายพลาสติก แต่อาจารย์ให้ความเห็นว่า ควรที่จะทำให้เด็กสามารถมีสา่วนร่วมเล่นด้วยได้ ไม่อยากให้เด็กได้แต่ยืนมอง เพราะฉะนั้นควรปรับเปลี่ยนให้เด็กๆ นั้นเล่นได้ด้วย

Tuesday, October 25, 2022

การเรียนรู้ครั้งที่ 9

 การเรียนรู้ครั้งที่ 9 นี่ คุณครูให้จับกลุ่ม 3 คน ช่วยกันออกแบบเครื่องเล่นของเด็กปฐมวัย 3 อย่าง การทำวิธีทำ อุปกรณ์ ประโยชน์ของมัน

การเรียนครั้งที่ 8

 ในการเรียนรู้ครี้งนี้ คล้ายคลึงก้บการทำงานในครั้งที่ 7 เกี่ยวกับการออกแบบกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย แต่ต่างก้นตรงที่ว่า ในครั้งนี้จะเป็นการทำเดี่ยวซึ่งการเรียนรู้ครั้งที่แล้วเป็นการทำแบบกลุ่ม ให้ต่างตนต่างวิเคราะห์เพื่อคัดสรรกิจกรรมที่เสริมสร้างพัฒนาการของเด็กปฐมวัยให้มากที่สุด


การเรียนครั้งที่ 7


 ในการเรียนรู้ครั้งนี้ คุณครูให้จับกลุ่มกันและให้รวมหัวกันวิเคราะห์กิจกรรมการออกแบบการส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็กปฐมวัย โดยจะแบ่งเป็น วัยแรกเกิด-1 ปี , 1-2 ปี , 2-3 ปี ว่ามีการพัฒนาอย่างไร และมีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อย่างไรบ้าง

การเรียนครั้งที่ 6

 


ให้ทำงานกลุ่มเกี่ยวกับบทบาทสมมุติให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยของเด็กปฐมวัย 

การเรียนครั้งที่ 5

ครั้งนี้อาจารย์ให้ทำในเรื่องของการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ในช่วงแรกเกิดถึง 6 ปีเนี่ย จะมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง ทฤษฏ๊ที่เกี่ยวข้อง สภาพแวดล้อม วิธีการเรียนรู้ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยในวัยนี้



การเรียนรู้ครั้งที่ 4

 ในการเรียนรู้ครั้งนี้ คุณครูให้ทำสื่อกานสอน โดยการนำกระดาษรูปตัวการ์ตูนอ้าปากมาพับ เพื่อให้ดูเหมทอนมันกำลังเคลื่อนไหวพูดคุยอยู่ เน้นให้เด็กนักเรียนมีส่วนร่วมด้วยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการระบายสีตัวการ์ตูน การเล่นบทบาทสมมุติตามตัวการ์ตูน ล้วนแต่เป็นสิ่งสร้างเสริมจินตนาการให้แก่เด็ก อีกทั้งยังให้เด็กๆ ได้มีอิสระในการคิด การทำต่างๆ ด้วย



การเรียนรู้ครั้งที่ 3

 





ในการเรียนรู้ครั้งที่ 3 นี้ คุณครูให้เลือกบทเพลงที่แม่กล่อมเราในวัยเด็ก ที่พอจำได้ ณ เวลาตอนนั้น เราก็ค่อนข้างเด็กมาก จึงจำไม่ได้มากว่า แม่ร้องเพลงให้เราฟังเพลงอะไรบ้าง แต่พอได้ไปถามกับแม่ แม่บอกว่า ตอนเด็กแม่ร้องเพลง จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ให้ฟัง พอแม่พูดแบบนั้น มันก็ทำให้ความทรงจำไหลน้อนขึ้นมาเลยว่า ครั้งหนึ่งแม่เคยร้องเพลงจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าให้เราฟัง

เนื้อเพลง

จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า่ ขอข้าวขอแกง

ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า

ขอช้างขอม้า ให้น้องข้าขี่

ขอเก้าอี้ ให้น้องข้านั่ง

ขอเตียงตั้ง ให้น้องข้านอน

ขอละคร ให้น้องข้าดู

ขอยายชู เลี้ยงดูข้าเถิด

ขอยายเกิด เลี้ยงตัวข้าเอง




Monday, October 24, 2022

การเรียนรู้ครั้งที่ 2


         ในการเรียนรู้ครั้งที่สองของชั้นเรียนนี้ อาจารย์ให้จับกลุ่มและวิเคราะห์การเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัว 
1.ครอบครัวที่เป็นประชาธิปไตย คือ ครอบครัวที่สามารถรับฟังเด็ก เข้าใจเด็ก และเปิดโอกาสให้เด็กได้พูดเพื่อที่จะประบความเข้าใจกันในครอบครัว ส่งผลดีให้แก่เด็กในเรื่องของการแสดงออกทางคำพูด การกล้าพูดในเรื่องที่ถูก และพ่อแม่ก็จะได้เข้าใจในตัวลูก ๆ เพิ่มขึ้น

2.ครอบครัวที่ไม่เป็นประชาธิปไตย คือ ครอบครัวที่ไม่สามารถรับความคิดเห็นของลูกได้ และไม่เปิดใจให้เด็กมีโอกาสพูด การทำแบบนี้ของครอบครัวจะส่งผลเสียต่อเด็กมากมาย เช่น การเก็บกด โรคซึมเศร้า อยากหนีออกจากบ้าน เป็นต้น สุดท้ายแล้ว ปัญหาต่างๆในบ้านจะไม่ถูกแก้ไข เพราะต่างคนต่างไม่หันหน้าเข้าหาคุยกัน ส่งผลให้ปัญหามันยังคงค้างคาในใจเด็กตลอดไป

การเรียนรู้ครั้งที่ 14

           สัปดาห์นี้ อาจารย์ให้แสดงบทบาทสมมุติการอบรมเลี้ยงดูเด็ก ในหัวข้อของการสะท้อนความคิด จะเป็นการให้อธิบายเรื่องที่เราเรียนมา สิ่งที่...